Loading...

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง

Provincial Office of Natural Resources and Environment Ranong

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
สุสานเจ้าเมืองระนอง

การติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการระยะ 3 ปีโครงการฟื้นฟูพลับพลึงธาร พืชอาศัยถิ่นเดียวในโลกที่ใกล้สูญพันธุ์ ในจังหวัดระนองและจังหวัดพังงา

การติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการระยะ 3 ปีโครงการฟื้นฟูพลับพลึงธาร พืชอาศัยถิ่นเดียวในโลกที่ใกล้สูญพันธุ์ ในจังหวัดระนองและจังหวัดพังงา

         


      วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.00-15.30 น นางสาวชินานาฏ ลิกขะไชย ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ และนายสุกฤษฏิ์ สุทธินนท์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง ร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่จากกองทุนสิ่งแวดล้อม สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการระยะ 3 ปีโครงการฟื้นฟูพลับพลึงธาร พืชอาศัยถิ่นเดียวในโลกที่ใกล้สูญพันธุ์ ในจังหวัดระนองและจังหวัดพังงา โดยเข้าสำรวจการเจริญเติบโตของพลับพลึงธารในคลองชาคลี ต.บางหิน อ.กะเปอร์ เยี่ยมชมการปรับปรุงระบบนิเวศด้วยฝายชะลอน้ำที่หมู่บ้านไร่ใน ต.นาคา อ.สุขสำราญ จากนั้นร่วมประชุมเพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการ พัฒนาระบบนิเวศเชิงเกษตรในถิ่นที่อยู่อาศัยของพลับพลึงธาร ซึ่งเป็นการพัฒนาข้อเสนอโครงการในระยะที่ 2 ระหว่างปี 2563-2565 ณ ศูนย์อนุรักษ์พลับพลึงธารบ้านไร่ใน ต.นาคา อ.สุขสำราญจังหวัดระนอง
🌿โครงการฟื้นฟูพลับพลึงธารพืชอาศัยถิ่นเดียวในโลกที่ใกล้สูญพันธุ์ ในจังหวัดระนองและจังหวัดพังงา (ปี2560-2563) โดยมูลนิธิอีสต์ ฟอรั่ม สนับสนุนงบประมาณโดยกองทุนสิ่งแวดล้อม

                                                             
ผลสำเร็จของโครงการ
1) พันธุ์พลับพลึงธารในธรรมชาติมีการกระจายพันธุ์และความหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น โดยการอนุรักษ์ไว้ในสภาพป่า (In situ) รวมทั้งฟื้นฟูแหล่งที่อยู่ (Habitat conservation) ของพลับพลึงธารให้กลับคืนสู่สภาพธรรมชาติ ด้วยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในท้องถิ่น
2) เด็ก เยาวชนและประชาชน ตระหนักถึงปัญหาการหมดไปของพลับพลึงธาร มีส่วนร่วม มีความรักหวงแหนและมีความภาคภูมิใจในทรัพยากรท้องถิ่นผ่านสื่อรณรงค์
3) เสริมสร้างศักยภาพในการมีส่วนร่วมเพื่อการพื้นฟูประชากรของพลับพลึงธาร
ปัญหาที่ยังคงอยู่
1) การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในพื้นที่ โดยเฉพาะการ
เปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตพื้นที่ลาดชัน หรือพื้นที่การเกษตรแบบดั้งเดิมมาเป็นการทำเกษตรเชิงเดี่ยว เช่น การทำสวนยางพารา
และปาล์มน้ำมัน จะทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดินสูงในเวลาที่ฝนตกหนัก เกิดการทับถมของตะกอนดินทำให้แหล่งน้ำตื้นเขินและ
เกิดการพังทลายของตลิ่ง ทำให้แหล่งที่อยู่ของพลับพลึงธารเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้
2) มีการใช้สารเคมีทางการเกษตรบริเวณแหล่งที่อยู่
อาศัยของพลับพลึงธารทำให้มีความเสี่ยงเรื่องสารเคมีตกค้างในสิ่งแวดล้อม
3) ถึงแม้จะมีประกาศจังหวัดในการปกป้องพลับพลึงธาร แต่ประกาศดังกล่าวขาดสภาพการบังคับใช้ทางกฎหมาย

แกลเลอรี่